สมาชิกเว็บไซด์
Username:
Password:
 

เมนูของเรา
ข่าวสารต่างๆ
เ้กมส์ออนไลน์
สาระน่ารู้
     นิทานอีสป
     เรื่องตลก ขำขัน
     หนัง - ละคร
     ประวัติ จังหวัดต่างๆ
     บุคคลสำคัญที่ควรจดจำ
     ข้อมูลมีประโยชน์
     ประเพณีไทย และ การละเล่นไทยๆ
     พระปฐมบรมกษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยา
     พระปฐมบรมกษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย
     เรื่องราวในอดีต
     จริงหรือนี่!!
     อาหารทำเงิน
     กฎหมายน่ารู้
     ทำนายฝันบอกเลขเด็ด
     ความรัก..เหรอ
     ชีวิตต้องสู้
     ภาษาอังกฤษกับAndrew
     COMPUTER
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
Port งานของเรา Port งานของเรา
เว็บแนะนำ
มหามงคลดอทคอม
Aksaraforkids
Siammetal
 
ซาลาเปา
    

ซาลาเปา

สวัดดีครับคนใช้ชีวิตทุกท่าน ปีเก่าผ่านไปปีใหม่เข้ามาเราก็ต้องสู้ชีวิตกันต่อไป เอ้ามาถึงก็เครียดเสียแล้ว...ฮ่าๆเอาเข้าเรื่องกันดีกว่าวันนี้ผมมีวิธีการทำซาลาเปามาฝากทุกท่านกันครับ คงปฏิเสธกันไม่ได้นะครับว่าเจ้าซาลาเปานั้นนิยมทานกันแค่ไหน ทั้งในห้างดังๆ หรือนอกห้าง ตามท้องถนน หาทานกันได้ง่่ายๆ บางคนขายดีกันขนาดมีแฟรนไชน์ หรือทำส่งขายต่างประเทศกันเลยก็มีนะครับ เป็นไงครับเริ่มสนใจกันแล้วละซิ...งั้นไปกันเลย
วิธีทำแป้งซาลาเปา
ส่วนผสม    

- น้ำ                                300    มิลิลิตร
- น้ำตาลทรายขาว               1/2    ถ้วยตวง
- เกลือไอโอดีน                  1/4    ช้อนชา
- ยีสต์ (ตรานก)                     1    ช้อนโต๊ะ
- เนยขาว                          1/2    ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืชกุ๊ก                     1/4    ถ้วยตวง
- แป้งสำเร็จรูป ตราบัวแดง      500   กรัม
วิธีการทำ
    - ใส่น้ำ น้ำตาล เกลือ ผสมกันจนน้ำตาลละลาย
    - หลังจากนั้นเติมยีสต์ คนให้ยีสต์เข้ากับน้ำได้ดี
    - จึงเติมเนย น้ำมัน แป้ง เคล้าให้เข้ากันแล้วนวดต่อไปจนแป้งเข้ากันดี
    - สังเกตจากสีของแป้งที่เปลี่ยนเป็นขาวนวล ดึงแป้งมานิดหน่อยแล้วกางออกเพื่อดูเนื้อแป้งว่ามีความเหนียวมากพอรึยัง
    - พักแป้งทิ้งไว้ให้เกิดปฏิกิริยาพองตัว 2 เท่าตัว หมักในซึ้งหรือลังถึง อุณหภูมิห้อง ไม่เปิดพัดลมหรือเปิดแอร์ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง
    - เมื่อแป้งเหนียวดี ขึ้นดีแล้ว นำมาตัดเป็นก้อน ก้อนละ20กรัม ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ทิ้งไว้เพื่อรอปั้นกับไส้ต่างๆ
ทีเด็ด
  การที่จะดูว่าแป้งขึ้นดีหรือยังต้องใช้หลักสังเกต หากแป้งขึ้นเกินไป เวลานึ่งจะฟู แป้งไม่่เหนียวนุ่ม จะเละได้ ในขณะเดียวกันหากแป้งขึ้นไม่ดี เวลาทำซาลาเปาออกมาแป้งจะแข็งไม่เหนียวนุ่ม  อุณหภูมิและความชื้นต่างๆก็มีผลมาก ช่วงเวลาที่ทำได้ดี อยู่ระหว่าง5โมงเย็นถึงเที่ยงคืน เพราะความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศสมดุลหรือช่วงฝนตกใหม่ๆที่ชาวบ้านเรียกว่าอากาศรุมๆมีไอดิน จะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้แป้งขึ้นดีสวยมาก ชนิดที่ว่าไม่ต้องผึ่งเตาอบใดๆเรียกว่าพึ่งวิธีธรรมชาติเป็นดีที่สุด

วิธีการทำไส้ต่างๆ
1.ไส้หมูสับ
       
ส่วนผสม
-เนื้อหมูสันคอ                                          1        กิโลกรัม
-มันแข็ง                                                 1/2     กิโลกรัม
-น้ำตาลทราย                                           2        ขีด
-หัวหอมบด                                             1        ขีด
-กระเทียมจีนบด                                        1        ขีด
-พริกไทยดำบด                                         1        ช้อนชา
-ซีอิ้วดำ                                                  1/2      ถ้วยตวง
-แป้งมัน                                                  1        ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
-นำส่วนผสม ซีอิ๊ว น้ำตาล หัวหอม กระเทียม พริกไทยดำ ที่เตรียมไว้มาผสมกัน คลุกให้พริกไทยดำไม่จับกันเป็นก้อน
-นำเนื้อหมูและมันทีเตรียมไว้มาคลุกรวมกันจนเป็นสีน้ำตาล
-เติมแป้งมัน แล้วคลุกต่ออีกระยะพอให้เกิดความเหนียว
-วางพักไว้10นาที นำมาห่อกับแป้งได้เลย
เคล็ดไม่ลับ
-เนื้อหมู ให้ล้างผึ่งสะเด็ดน้ำก่อนนำมาบด1ครั้ง อย่างหยาบ
-มันแข็งใช้ส่วนคอบน  ล้างผึ่งสะเด็ดน้ำก่อนบด1ครั้ง อย่างหยาบ
-หัวหอมใช้หอมแขกกลื่นหอม
-พริกไทยดำให้นำไปคั่วก่อนเพื่อเพื่มความหอมแล้วจึงนำไปบด
-ค่อยๆโรยพริกไทยทีละน้อยกระจายให้ทั่ว แล้วนวดเพื่อป้องกันพริกไทยจับกันเป็นส่วน

2.ไส้ครีม
ส่วนผสม
-เนยสดชนิดจืด                              200     กรัม
-ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง)                        8     ฟอง
-น้ำตาลทราย                                350     กรัม
-เกลือแกง                                       1     ช้อนชา
-แป้งข้าวโพด                                  50     กรัม
-แป้งสาลี                                       50     กรัม
-นมสดคาร์เนชั่น                                 2     กระป๋อง
วิธีทำ
-นำเนยสด ไข่แดง นมสด ผสมกัน ใส่เครื่องตีจนขาวนวล
-เติมเกลือ น้ำตาลทราย ตีจนส่วนผสมเข้ากันเนียนดี
-แล้วจึงเติมแป้งข้าวโพดและแป้งสาลี ตีต่อจนแป้งละลายเข้ากับส่วนผสมต่างๆ
-เทใส่กระทะนำขึ้นตั้งไฟกลางอ่อนๆกวนจนเหนียวจับกันเป็นก้อน
-แล้วยกลงพักไว้จนเย็นเพื่อเตรียมห่อกับแป้ง
เคล็ดไม่ลับ
-เนยสดใช้ยี่ห้อออร์คิด
-เกลือแกงใช้เม็ดโตบด ไม่ใช้เกลือไอโอดีนเพราะมีรสเค็มจัดไป
-แป้งสาลีใช้ตราบัวแดง
-นมสดใช้ตรานกเหยี่ยวแทนได้เข้มข้นดีรสมันกลมกล่อม
-ใช้สังเกตว่าส่วนผสมได้ที่โดยการตักเนยครีมขึ้นมาลองหยดดูเนื้อครีมจะหนืดใช้ได้

3.ไส้สังขยาใบเตย
ส่วนผสม
-ไข่ไก่                      15    ฟอง
-น้ำตาลทราย             1.5   กรัม
-เกลือ                        1     ช้อนโต๊ะ
-มะพร้าวขูด                 2     กิโลกรัม
-ใบเตย                     1/2   กิโลกรัม
-แป้งท้าว                     3     ขีด
-แป้งมัน                       2     ขีด
-นมสด                        2     กระป๋อง
-น้ำ                            2     ลิตร
วิธีทำ
-นำใบเตยมาล้างาให้สะอาด แล้วนำมาหั่นก่อนปั่นกับน้ำ ต้มตั้งไฟอ่อนๆ ตักทิ้วไว้สักพักนำมาคั้นกับมะพร้าวแล้วกรองกากด้วยผ้าขาวบางกรองเอากากทิ้ง จะได้น้ำกระทิที่มีความมันและหอมของใบเตย
-ไข่เลือกใช้แต่ไข่แดง ตีไข่ให้เข้ากันแล้วจึงใส่น้ำตาล เกลือ น้ำกระทิที่เตรียมไว้ให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ
-นำแป้งผสมกับนมสดคนให้แป้งละลายแล้วใส่ลงไปกวน กวนไปเรื่อยๆ จนเหนียวหนืดดีแล้วให้ปิดไฟยกพักทิ้งไว้ให้เย็นเป็นอันเสร็จ
เคล็ดไม่ลับ
-ใช้น้ำตาลปี๊ปแทนเพื่อความหอม หวานกลมกล่อม
-แป้งท้าวกับแป้งมันไม่้ต้องใส่กรณีทำให้นิ่มหรือใช้รับประทานกับขนมปังสังขยา
-ใช้วิธีสังเกตเนื้อไส้ว่าได้ที่หนืดหรือยังโดยหยดดูว่าเริ่มหล่นหนักๆหรือใช้นิ้วแตะ ถ้าแตะแล้วติดมือใช้ได้

4.ไส้ถั่วแดง
ส่วนผสม
-ถั่วแดง                     1           กิโลกรัม
-น้ำตาลทราย              8           ขีด
-เกลือป่น                   1           ช้อนชา
-เนยขาว                    2           ช้อนโต๊ะ
-นมสด                       1           กระป๋อง
-กะทิ                         1           กิโลกรัม
-แป้งข้าวเหนียว         1           ช้อนโต๊ะ
-แป้งมัน                   1           ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
-ล้างถั่วแดงให้สะอาด แช่ไว้1คืน นำมาต้มจนสุกและให้ละเอียดอย่างหยาบ
-นำเนยและกะทิใส่ในกระทะสำหรับกวนไส้ เติมน้ำตาล เกลือคนให้เข้ากัน
-หลังจากนั้นนำถั่วแดงลงไปคลุกใส่กระทะให้ถั่วแดงละลายไม่จับกันเป็นก้อน ตั้งบนไฟอ่อนๆกวนไปสักระยะ นำนมสดผสมกับแป้งมัน และแป้งข้าวเหนียวคนจนแป้งละลายดีแล้วเทลงไป กวนต่อไปจนแห้ง
-หลังจากนั้นปิดไฟยกพักทิ้งไว้ให้เย็น เป็นอันเสร็จ
เคล็ดไม่ลับ
-ควรเตรียมส่วนผสมแต่ละอย่างไว้ก่อน เวลาเคี่ยวบนไฟจะได้ทำทันไม่ไหม้และสะดวกเป็นขั้นเป็นตอน การกวนเมื่อใกล้ได้ที่จะเหนียวให้ควบคุมไฟและคอยกวนระวังไหม้ใช้ไฟกลางอ่อนๆ
-ใช้ถั่วแดงหลวงเม็ดโต ใส่น้ำให้ท่วมถั่วแดง 1 เท่่าตัว ต้มถั่วก่อนแช่้ไว้1คืน เช้าต้มอีกครั้งก่อนนำมาปั้น

                                 การปั้นซาลาเปา
นำซาลาเปามาแบ่งเป็นก้อนๆ เท่าๆกัน ตามขนาดที่จะขาย นำแป้งนวลที่ใส่ถุงขาวทำเหมือนลูกประคบมาตบที่โต๊ะที่เรียบ นำแป้งที่ทำเป็นก้อน ใช้ไม้คลึงให้แบน หนาพอปั้นเป็นลูกได้นำมาวางบนฝ่ามือ นำไส้มาวางตรงกลางแป้ง แล้วใช้มืออีกด้านจีบ วิธีการจีบใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้รวมทั้งนิ้วที่เหลือจับ และใช้นิ้วโป้งอีกมือคอยประคองไม่้ให้ไส้ปริ้นขึ้นมา ให้จีบทวนเข็มนาฬืกา เหมือนว่าขมวดให้เป็นจุกหรือเป็นจีบนั่นแหละ
เหตที่ต้องใช้แป้งนวลมาตบที่โต๊ะ และตบที่มือ เพื่อไม่ให้แป้งติดโต๊ะและมือ แต่อย่าใส่แป้งนวลมากเพราะจะทำให้จีบหลุด และเวลานึ่งจะทำให้แตกได้

                                 การนึ่งซาลาเปา
-ควรใช้ลังถึงขนาดที่เหมาะกับการนึ่งซาลาเปาในแต่ละครั้ง
-ตักน้ำใส่2ใน3 เปิดไฟแรงตั้งน้ำให้เดือดจัด
-นำซาลาเปาที่ห่อแล้วทิ้งไว้จนขึ้นเป็น2เท่า จัดวางลงบนลังอี้ ให้แต่ละลูกห่างกันเล็กน้อย เพื่อให้ความร้อนถ่ายเทได้ดี และกะว่าเวลานึ่งเสร็จซาลาเปาขึ้นจะได้ไม่เบียดชิดกัน จะทำให้เสียรูปทรงความงามได้่
-ซาลาเปาแต่ละใส้จะสุกไม่เท่ากัน ควรวางไส้หมูที่สุกยากไว้ชั้นล่างสุด(กรณีที่นึ่งพร้อมกับไส้อื่น) และไส้หวานอยู่ด้านบน โดยไส้หมูจะใช้เวลานึ่งประมาณ15นาที ส่วนไส้หวานนั้นประมาณ10นาที
-การนึ่งพร้อมกันทีเดียวหลายใส้และหลายชั้น ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญพอสมควร ข้อควรระวัง  อย่าเปิดฝาลังถึง ไม่งั้นแล้ว ซาลาเปาที่กำลังฟูจะฟุบ จะทำให้เสียทั้งชุดได้
เคล็ดไม่ลับ
กรณีนึ่งหลายชั้น บางครั้งจะทำให้เกิดไอน้ำซึมซับในตัวซาลาเปา ทางแก้ที่ได้ผลชะงัก ซึ่งเป็นหลักการวิทยาศาสตร์ง่ายๆก็คือ การใช้ไม้ลังอี้มารองในแต่ละชั้น ซึ่งไม้ลังอี้นี้จะช่วยดูดซึมไอน้ำได้ดี    

[ หน้าหลัก ] [ อาหารทำเงินทั้งหมด ]
 
Home | News | Journal | Webboard | Web Link | Game | Contact Us
Copyright © 2010 Somyotweb.com

Warning: mysql_fetch_array() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/somyot/public_html/count_visitors_class.php on line 23

Warning: mysql_num_rows() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/somyot/public_html/count_visitors_class.php on line 24
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซด์
Warning: mysql_result() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/somyot/public_html/count_visitors_class.php on line 52
ท่าน.